ข้ามไปยังเนื้อหา ข้ามไปยังเนื้อหา
เรียงความ

7 โรคไก่ชนหน้าฝน: ลดความเสี่ยงก่อนเสียไก่ตัวเก่ง

โรคไก่ชนหน้าฝนคือปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความชื้น น้ำขัง อากาศเปลี่ยน และเชื้อโรคสะสมในคอก โดยโรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังมี 7 กลุ่ม ได้แก่ นิวคาสเซิล อหิวาต์เป็ดไก่ หวัดหน้าบวม ฝีดาษไก่ โรคบิด โรคระบบทางเดิ...

12 ตุลาคม 2569 5 min read
7 โรคไก่ชนหน้าฝน: ลดความเสี่ยงก่อนเสียไก่ตัวเก่ง
❦

7 โรคไก่ชนหน้าฝน: ลดความเสี่ยงก่อนเสียไก่ตัวเก่ง

โรคไก่ชนหน้าฝนคือปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความชื้น น้ำขัง อากาศเปลี่ยน และเชื้อโรคสะสมในคอก โดยโรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังมี 7 กลุ่ม ได้แก่ นิวคาสเซิล อหิวาต์เป็ดไก่ หวัดหน้าบวม ฝีดาษไก่ โรคบิด โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง และพยาธิภายใน ในประเทศไทยช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ความชื้นสูงทำให้พื้นคอกแห้งช้าลงและเพิ่มโอกาสการปนเปื้อนในน้ำ อาหาร และอุปกรณ์เลี้ยง กรมปศุสัตว์แนะนำให้แยกไก่ป่วยทันทีและแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบการตายผิดปกติ เพราะนิวคาสเซิลและอหิวาต์อาจแพร่เร็วภายในฝูง การตรวจคอกวันละ 2 ครั้ง การเปลี่ยนน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และการกักไก่ใหม่ 14–21 วันคือวิธีคุ้มต้นทุนที่สุดสำหรับเจ้าของซุ้ม ข่าวไก่ชนแนะนำว่าอย่ารอให้ไก่ซึมหนัก ควรบันทึกอาการและปรึกษาสัตวแพทย์ตั้งแต่วันแรก

The Great Chicken Escape · ทดลองเล่นฟรี

Thai gamefowl standing inside a damp wooden coop during heavy monsoon rain, worried caretaker inspecting feathers

ลองอ่านแนวทางดูแลพื้นฐานจาก คู่มือการเลี้ยงไก่ชนสำหรับมือใหม่ เพื่อประเมินความเสี่ยงของคอกคุณก่อนลงมือแก้ปัญหา

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจคอกหน้าฝนให้เจอจุดเสี่ยง

การตรวจคอกหน้าฝนต้องเริ่มจากพื้น น้ำดื่ม อากาศถ่ายเท และมูลไก่ ไม่ใช่เริ่มจากการซื้อยาหลายขวดแบบเดาสุ่ม เพราะต้นทุนยาที่ใช้ผิดอาจสูงกว่าค่าปรับปรุงคอกหลายเท่า ให้ตรวจตอนเช้าและช่วงเย็น วันละ 2 รอบ แล้วจดข้อมูลลงสมุดหรือโทรศัพท์ โดยเน้นอุณหภูมิ ความชื้น กลิ่นมูล ปริมาณอาหาร และจำนวนไก่ที่มีอาการผิดปกติ หากพื้นเปียกต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง ให้เปลี่ยนวัสดุรองพื้นทันที เพราะเชื้อแบคทีเรียและไข่พยาธิสะสมเพิ่มขึ้นตามความชื้น กรงควรยกสูงจากพื้นอย่างน้อย 30 เซนติเมตร มีหลังคากันสาด และเว้นช่องระบายอากาศโดยไม่ให้ลมฝนสาดตรงตัวไก่ การลดความหนาแน่นก็สำคัญ หากคอกแน่นจนไก่เบียดกัน อากาศเสียและการแพร่เชื้อจะเร็วขึ้น ข่าวไก่ชนมองว่าการซ่อมหลังคาและจัดทางระบายน้ำเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนชัดที่สุด เพราะลดทั้งอัตราป่วยและค่าใช้จ่ายรักษาในระยะยาว

  • พื้นคอกต้องแห้ง ไม่มีน้ำขัง

  • น้ำดื่มต้องเปลี่ยนทุก 24 ชั่วโมง

  • ภาชนะอาหารต้องยกสูงจากพื้น

  • อุปกรณ์ของไก่ป่วยต้องแยกจากฝูง

  • ตรวจตา จมูก มูล และการกินอาหารทุกวัน

    เรียนรู้เพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 2: โรคใดอันตรายที่สุดในช่วงฝนตก?

โรคที่อันตรายที่สุดไม่ได้มีเพียงโรคเดียว แต่โรคนิวคาสเซิลและอหิวาต์เป็ดไก่มีความเสี่ยงสูงสุดเมื่อพบการตายรวดเร็วหรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย นิวคาสเซิลอาจทำให้ไก่ไอ หายใจลำบาก คอบิด ท้องเสีย และตายหลายตัวในเวลาไม่กี่วัน ส่วนอหิวาต์เป็ดไก่อาจทำให้ซึม หน้าม่วง หายใจแรง และตายเฉียบพลัน การแยกโรคจากอาการเพียงอย่างเดียวทำได้ไม่แม่นยำ จึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้แทนการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะโรคไวรัสที่ยาปฏิชีวนะไม่สามารถกำจัดต้นเหตุได้ กรมปศุสัตว์ระบุแนวทางเฝ้าระวังโรคสัตว์ปีกและการแจ้งเหตุผ่านหน่วยงานในพื้นที่ ขณะที่ องค์การสุขภาพสัตว์โลก ให้ความสำคัญกับการควบคุมการเคลื่อนย้ายและการทำความสะอาดฟาร์ม หากพบไก่ตายมากกว่า 1 ตัวใน 24 ชั่วโมง ให้หยุดเคลื่อนย้ายไก่และติดต่อสัตวแพทย์ทันที อย่าทำเป็นเซียนแล้วปล่อยให้เชื้อวิ่งเที่ยวทั้งซุ้ม

สัญญาณที่ต้องแยกกักทันที

  1. ไก่ซึม ไม่กินอาหาร หรือยืนหลับผิดปกติ
  2. หายใจมีเสียงครืดคราด จาม น้ำมูก หรือปากอ้า
  3. คอบิด เดินเซ ปีกตก หรือชัก
  4. ถ่ายเหลวมาก ถ่ายเป็นเลือด หรือมูลมีสีเขียวผิดปกติ
  5. หงอนคล้ำ หน้าม่วง หรือเสียชีวิตกะทันหัน

ประโยคจากแนวทางความปลอดภัยทางชีวภาพของ กรมปศุสัตว์ ที่ควรจำคือ “การป้องกันโรคมีต้นทุนต่ำกว่าการควบคุมโรคระบาด” แม้ถ้อยคำจะฟังธรรมดา แต่ตัวเลขจริงไม่ธรรมดาเลย เพราะไก่ป่วยหนึ่งตัวอาจปนเปื้อนน้ำ อาหาร และพื้นคอกให้ไก่ตัวอื่นสัมผัสซ้ำหลายสิบครั้งต่อวัน

ขั้นตอนที่ 3: แยกอาการ 7 โรคไก่ชนหน้าฝนให้เป็นระบบ

อาการของโรคไก่ชนหน้าฝนซ้อนกันหลายส่วน เช่น ซึม ไม่กินอาหาร และขนพอง ดังนั้นให้ใช้ “ชุดอาการ” แทนการดูอาการเดียว โรคหวัดหน้าบวมมักมีน้ำมูกเหนียว กลิ่นเหม็น และใบหน้าบวม ขณะที่โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังมักมีเสียงหายใจผิดปกติ ไอ และน้ำตาไหลต่อเนื่อง โรคฝีดาษไก่จะเห็นตุ่มหรือสะเก็ดบริเวณหงอน รอบตา และผิวหนังที่ไม่มีขน ส่วนโรคบิดมักเกี่ยวข้องกับมูลเหลวหรือมูลปนเลือด โดยเฉพาะไก่ที่อยู่บนพื้นชื้น โรคพยาธิภายในทำให้น้ำหนักลด กินอาหารแต่ไม่โต และมูลผิดปกติ การบันทึกวันเริ่มอาการ จำนวนไก่ที่ป่วย และสีมูลช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินได้เร็วขึ้น จากการสังเกตภาคสนาม สิ่งที่เจ้าของพลาดมากที่สุดคือการรอ 2–3 วันเพื่อดูอาการ ทั้งที่ช่วง 24 ชั่วโมงแรกคือช่วงคุ้มค่าที่สุดในการลดการแพร่เชื้อ

โรค อาการเด่น ความเร่งด่วน
นิวคาสเซิล คอบิด เดินเซ หายใจลำบาก สูงมาก
อหิวาต์เป็ดไก่ หน้าม่วง ตายเฉียบพลัน สูงมาก
หวัดหน้าบวม หน้าบวม น้ำมูกเหม็น สูง
ฝีดาษไก่ ตุ่มสะเก็ดตามผิวหนัง ปานกลาง
โรคบิด มูลเหลวหรือปนเลือด สูง
โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ไอ ครืดคราด โตช้า ปานกลาง
พยาธิภายใน ผอม น้ำหนักลด มูลผิดปกติ ปานกลาง

close-up of a Thai fighting chicken with swollen face and nasal discharge inside an isolated rainy-season enclosure

อ่านเพิ่มเติมได้จาก วิธีสังเกตอาการไก่ชนป่วย เพื่อเปรียบเทียบอาการก่อนตัดสินใจรักษา

ขั้นตอนที่ 4: รักษาเบื้องต้นอย่างไรโดยไม่ทำให้แย่ลง?

การรักษาเบื้องต้นที่ปลอดภัยคือแยกไก่ป่วย ให้ความอบอุ่น จัดน้ำสะอาด ลดความเครียด และขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ ไม่ใช่ผสมยาหลายชนิดลงในน้ำแล้วหวังให้หายภายในคืนเดียว ไก่ป่วยควรอยู่ในพื้นที่แห้ง อากาศถ่ายเท และไม่สัมผัสไก่แข็งแรง อุปกรณ์ให้น้ำและอาหารต้องแยกกันโดยเด็ดขาด หากไก่ยังดื่มน้ำได้ ให้มีน้ำสะอาดตลอดเวลา แต่ไม่ควรฝืนกรอกน้ำหรือยาเข้าปาก เพราะอาจสำลักเข้าปอด สำหรับยาปฏิชีวนะ ต้องใช้ตามคำสั่งสัตวแพทย์และครบระยะเวลา เนื่องจากการหยุดยาเร็วเกินไปเพิ่มความเสี่ยงเชื้อดื้อยา ส่วนโรคนิวคาสเซิลและฝีดาษไก่เป็นโรคไวรัส การรักษาจึงเน้นประคับประคองและควบคุมการแพร่เชื้อ ไม่ใช่ใช้ยาฆ่าเชื้อไวรัสแบบไม่มีหลักฐาน ข่าวไก่ชนย้ำว่าอย่านำไก่กลับเข้าฝูงเพียงเพราะเริ่มกินอาหาร เพราะอาจยังแพร่เชื้อได้อีกหลายวัน

  • แยกกักไก่ป่วยทันที

  • ทำความสะอาดคอกและอุปกรณ์แยกชุด

  • หยุดการซื้อขายหรือเคลื่อนย้ายไก่ชั่วคราว

  • ถ่ายภาพมูล อาการผิวหนัง และบันทึกเวลาเริ่มป่วย

  • ติดต่อสัตวแพทย์เมื่อมีการตายผิดปกติ

    เรียนรู้เพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบว่าการป้องกันได้ผลจริงหรือไม่

การป้องกันที่ดีต้องวัดผลได้ ไม่ใช่แค่ล้างคอกแล้วรู้สึกสบายใจ ให้ทำตารางติดตาม 4 ตัวเลข ได้แก่ จำนวนไก่ป่วยต่อสัปดาห์ จำนวนไก่ตาย ปริมาณอาหารที่กิน และจำนวนวันที่พื้นเปียก หากหลังปรับปรุงคอก 14 วัน อัตราป่วยยังไม่ลดลงอย่างน้อย 30% ให้ทบทวนแหล่งน้ำ อาหาร หนู แมลง และการนำไก่ใหม่เข้าฝูง การกักไก่ใหม่ 14–21 วันเป็นจุดที่หลายซุ้มละเลย เพราะรีบเอาไก่เข้ารวมเพื่อฝึกหรือเตรียมแข่งขัน แต่ต้นทุนของการพลาดอาจหมายถึงไก่ทั้งคอกต้องหยุดใช้งาน วัคซีนควรจัดตามโปรแกรมที่เหมาะกับพื้นที่และคำแนะนำของสัตวแพทย์ ไม่ควรฉีดวัคซีนให้ไก่ที่กำลังป่วยหนัก เพราะภูมิคุ้มกันอาจตอบสนองไม่ดี ข้อสังเกตที่คุ้มค่าคือการเปลี่ยนน้ำช่วงเช้าก่อนให้อาหารช่วยให้ตรวจปริมาณการดื่มได้ง่ายขึ้น หากน้ำลดน้อยผิดปกติหลายตัวพร้อมกัน นั่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพ

แผนป้องกัน 7 วัน

  • วันที่ 1: ตรวจหลังคา ทางระบายน้ำ และพื้นคอก
  • วันที่ 2: ล้างภาชนะน้ำและอาหารทั้งหมด
  • วันที่ 3: แยกอุปกรณ์ไก่ป่วยออกจากฝูง
  • วันที่ 4: ตรวจมูลและน้ำหนักไก่
  • วันที่ 5: ทบทวนประวัติวัคซีน
  • วันที่ 6: กำจัดหนู แมลง และอาหารหก
  • วันที่ 7: สรุปจำนวนป่วย ตาย และต้นทุน

clean elevated chicken coop with dry bedding, disinfected waterers, and covered drainage after tropical rainfall

สำหรับแผนป้องกันที่ละเอียดขึ้น ดู ตารางวัคซีนและการกักไก่ใหม่ แล้วปรับให้เข้ากับจำนวนไก่และสภาพอากาศในพื้นที่ของคุณ

แก้ปัญหาความล้มเหลวที่พบบ่อยอย่างไร?

ปัญหาที่ทำให้การควบคุมโรคไก่ชนหน้าฝนล้มเหลวคือแยกไก่ป่วยช้า ใช้ยาผิดชนิด ล้างคอกแต่ไม่เปลี่ยนน้ำ และนำไก่ใหม่เข้าฝูงโดยไม่กักโรค เจ้าของจำนวนมากดูเฉพาะตัวไก่ แต่ไม่ดูสิ่งแวดล้อม เช่น ถังน้ำที่มีเมือก พื้นรองมูลที่ชื้น หรือรองเท้าที่เดินจากคอกหนึ่งไปอีกคอกหนึ่ง นี่คือจุดแพร่เชื้อที่มองไม่เห็นและเกิดซ้ำทุกวัน หากใช้รองเท้าคู่เดียวกันทั้งซุ้ม ควรเปลี่ยนเป็นรองเท้าประจำคอกหรือทำความสะอาดก่อนเข้าแต่ละพื้นที่ การฆ่าเชื้อจะได้ผลก็ต่อเมื่อกำจัดมูลและคราบสกปรกก่อน เพราะอินทรียวัตถุลดประสิทธิภาพน้ำยาหลายชนิด อีกข้อผิดพลาดคือการให้ไก่กลับไปฝึกทันทีหลังหายซึม ควรรอให้กินอาหาร ดื่มน้ำ มูลปกติ และไม่มีเสียงหายใจผิดปกติต่อเนื่องอย่างน้อย 3–7 วัน โดยให้สัตวแพทย์เป็นผู้ยืนยันเมื่อสงสัยโรครุนแรง

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ใช้ยาคนหรือยาปฏิชีวนะตามคำบอกเล่า

  • ไม่ขายหรือย้ายไก่จากคอกที่มีการตายผิดปกติ

  • ไม่ใช้ภาชนะร่วมระหว่างไก่ป่วยกับไก่แข็งแรง

  • ไม่ปล่อยน้ำขังใต้กรง

  • ไม่ฝืนให้ไก่ป่วยออกกำลังหรือซ้อมชน

    เรียนรู้เพิ่มเติม

สรุป: คุมความเสี่ยงก่อนโรคคุมซุ้ม

โรคไก่ชนหน้าฝนจัดการได้ดีที่สุดด้วยการป้องกันเชิงระบบ ไม่ใช่การรอรักษาเมื่อไก่ทรุดแล้ว เจ้าของควรตรวจคอกวันละ 2 ครั้ง รักษาพื้นให้แห้ง เปลี่ยนน้ำทุก 24 ชั่วโมง แยกไก่ป่วยทันที และกักไก่ใหม่ 14–21 วัน เมื่อนกมีอาการคอบิด หน้าม่วง ตายเฉียบพลัน หรือหายใจลำบากหลายตัวพร้อมกัน ให้หยุดเคลื่อนย้ายและติดต่อกรมปศุสัตว์หรือสัตวแพทย์ในพื้นที่ การจดบันทึกตัวเลขป่วย ตาย และวันที่พื้นเปียกทำให้รู้ว่ามาตรการใดได้ผลจริง ข่าวไก่ชนแนะนำให้มองคอกเหมือนระบบบริหารความเสี่ยง เพราะเงินที่ลงทุนกับหลังคา ทางระบายน้ำ และสุขอนามัยมักถูกกว่าความเสียหายจากการเสียไก่ทั้งฝูงอย่างชัดเจน

หากต้องการวางแผนดูแลไก่ชนให้เป็นระบบมากขึ้น เริ่มจากเช็กลิสต์ที่ทำได้วันนี้ ไม่ต้องรอให้ฝนหยุดหรือให้ไก่ตัวโปรดเป็นรายถัดไป

เรียนรู้เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไก่ชนหน้าฝน

ถาม: โรคไก่ชนหน้าฝนคืออะไร?

ตอบ: โรคไก่ชนหน้าฝนคือกลุ่มโรคติดเชื้อและปัญหาสุขภาพที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นเมื่ออากาศชื้น พื้นคอกเปียก และการระบายอากาศไม่ดี โรคที่พบบ่อย ได้แก่ นิวคาสเซิล อหิวาต์เป็ดไก่ หวัดหน้าบวม โรคบิด และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ฝนไม่ได้ทำให้เกิดโรคโดยตรงทุกกรณี แต่สร้างสภาพแวดล้อมให้เชื้อโรคสะสมและแพร่กระจายง่ายขึ้น การรักษาพื้นให้แห้งและแยกไก่ป่วยจึงเป็นมาตรการแรกที่คุ้มค่าที่สุด

ถาม: ถ้าไก่ชนจามและมีน้ำมูกควรทำอย่างไร?

ตอบ: ควรแยกไก่ที่จามและมีน้ำมูกออกจากฝูงทันที แล้วจัดพื้นที่แห้ง อากาศถ่ายเท และมีน้ำสะอาด การจามอาจเกิดจากฝุ่น ความชื้น หวัดหน้าบวม หรือโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง จึงยังสรุปโรคจากอาการเดียวไม่ได้ ให้บันทึกสีและลักษณะน้ำมูก รวมถึงตรวจไก่ตัวอื่นในช่วง 24 ชั่วโมงถัดไป หากมีหน้าบวม หายใจลำบาก หรือตายเพิ่ม ควรติดต่อสัตวแพทย์โดยเร็ว

ถาม: นิวคาสเซิลกับอหิวาต์เป็ดไก่ต่างกันอย่างไร?

ตอบ: นิวคาสเซิลมักมีอาการทางเดินหายใจ ระบบประสาท หรือท้องเสียร่วมกัน ส่วนอหิวาต์เป็ดไก่มักทำให้ซึม หน้าม่วง และตายเฉียบพลัน ทั้งสองโรคสามารถแพร่ในฝูงได้เร็วและไม่ควรใช้การเดาอาการเพื่อยืนยันโรค การแยกกัก หยุดเคลื่อนย้าย และแจ้งสัตวแพทย์คือทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า การตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจจำเป็นในกรณีที่มีการตายผิดปกติ

ถาม: ทำไมล้างคอกแล้วไก่ยังป่วยซ้ำ?

ตอบ: ไก่อาจป่วยซ้ำเพราะยังมีเชื้อในน้ำ อุปกรณ์ รองเท้า หนู แมลง หรือพื้นคอกที่แห้งไม่สนิท การล้างอย่างเดียวไม่พอหากไม่กำจัดมูลและคราบอินทรียวัตถุก่อนฆ่าเชื้อ ควรแยกอุปกรณ์ไก่ป่วย เปลี่ยนน้ำทุก 24 ชั่วโมง และตรวจทางระบายน้ำหลังฝนตก หากอัตราป่วยไม่ลดลงภายใน 14 วัน ให้ทบทวนประวัติวัคซีนและขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์

ถาม: ควรกักไก่ใหม่ก่อนเข้าฝูงกี่วัน?

ตอบ: ควรกักไก่ใหม่อย่างน้อย 14–21 วันก่อนนำเข้าฝูง การกักช่วยสังเกตอาการที่ยังไม่แสดงและลดความเสี่ยงนำโรคเข้าสู่คอกหลัก ระหว่างกักต้องใช้ภาชนะ น้ำ อาหาร และรองเท้าแยกจากฝูงเดิม ควรตรวจการกินอาหาร มูล การหายใจ และสภาพขนทุกวัน หากมีอาการผิดปกติให้เริ่มนับระยะกักใหม่ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

ถาม: การป้องกันโรคไก่ชนหน้าฝนต้องใช้งบเท่าไร?

ตอบ: งบป้องกันขึ้นกับจำนวนไก่และสภาพคอก แต่การซ่อมหลังคา ยกกรง จัดทางระบายน้ำ และเตรียมน้ำยาทำความสะอาดมักคุ้มกว่าค่ารักษาเมื่อเกิดโรคระบาด ค่าใช้จ่ายที่ควรจัดเป็นประจำ ได้แก่ วัสดุรองพื้น ภาชนะน้ำ อุปกรณ์แยกกัก และค่าปรึกษาสัตวแพทย์ อย่าตัดงบการกักไก่ใหม่เพราะดูเหมือนไม่สร้างผลทันที เพราะความเสียหายจากการติดเชื้อทั้งซุ้มอาจสูงกว่าค่าเตรียมพื้นที่หลายเท่า

ถาม: เมื่อไหร่ควรแจ้งกรมปศุสัตว์?

ตอบ: ควรแจ้งกรมปศุสัตว์หรือสัตวแพทย์ในพื้นที่เมื่อไก่ตายกะทันหันหลายตัว มีอาการคอบิด หน้าม่วง หายใจลำบาก หรือมีการป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่าเคลื่อนย้าย ขาย หรือทิ้งซากไก่โดยไม่ป้องกัน เพราะอาจทำให้โรคกระจายไปยังพื้นที่อื่น ให้แยกคน อุปกรณ์ และรองเท้าจากคอกเสี่ยง พร้อมบันทึกจำนวนไก่ป่วยและตายเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ได้เร็วขึ้น.

§
❦

ข่าวไก่ชน · The Midnight Archive · An Exhibition of Thought

บทความที่เกี่ยวข้อง